ความกล้าหาญ ความเจ็บปวดของแม่ การเกิดของลูกภัทร

ความกล้าหาญ ความเจ็บปวดของแม่ การเกิดของลูกภัทร : มองจากหลังแว่นตาของพ่อ …. 

แม้ว่าจะเป็นท้องที่สอง พ่อก็รับรู้ได้จากจากแววตา และทุกอย่างที่แม่แสดงออก ความตื่นเต้น และ ความวิตก ไม่ได้จางหายไปจากจิตใจของแม่เลยแม้แต่น้อย พ่ออยากให้แม่รู้ไว้ว่าพ่อก็รู้สึกไม่ต่างกัน …

วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2545

0615 น. ข้างนอกยังไม่สว่างมากนัก … 2-3 นาทีสุดท้าย ก่อนออกจากบ้าน … หน้าหิ้งกางเขนเล็กๆที่บ้าน แม่คุกเข่าลงข้างๆพ่อ พ่อรู้สึกได้ถึงคำสวดภาวนา และความกังวลของแม่ผ่านความเงียบที่อยู่รอบๆ … “ทุกอย่างต้องเรียบร้อยดี แม่และลูกจะปลอดภัย” พ่อจุ๊บและบอกแม่

0645 น. แม่กับพ่อไปถึงโรงพยาบาล แม่นอนอยู่ในห้องเตรียมคลอด พ่อนั่งอยู่ข้างๆ เราคุยกันจนไม่มีเรื่องจะคุย แม่บอกว่าแม่หิวมาก เพราะแม่ต้องอดอาหาร และ น้ำ ตั้งแต่หลังเที่ยงคืน … มีขั้นตอนต่างๆที่แม่จะต้องทำ … เช่น ทำความสะอาดร่างกาย เปลี่ยนชุด เจาะเลือด สวนทวาร ให้น้ำเกลือ และอื่นๆอีกมากมายที่พ่อจำไม่หมด พ่อพยายามชวนแม่คุยไปเรื่อยเปื่อยสัพเพเหระ เพื่อจะให้แม่คลายความวิตกลงบ้าง

0815 น. อีกครั้งที่แม่กับพ่ออยู่ในห้องรอกันสองคนกับความเงียบ พ่อก็รู้ว่าแม่คงกังวลกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ความเงียบอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดก็ได้ในยามนี้ พ่อรู้ว่าแม่คงต้องอาศัยความกล้าอย่างมากที่จะอยู่อย่างเงียบๆอย่างนั้น ความรับรู้อย่างเดียวที่มีจากแม่ถึงพ่อผ่านทางมือแม่ที่พ่อกุมอยู่ … ที่พ่อทำได้ก็คงเป็นเพียงสวดภวานา และ คอยบอกแม่เป็นระยะว่าพ่อรักแม่มากแค่ไหน

0900 น. พยาบาลเข็นเตียงไปจากห้องรอคลอด ทิ้งให้พ่อรอในห้องเพียงคนเดียว …

0935 น. พยาบาลตามพ่อให้เข้าไปในห้องคลอด … แม่ผ่านการบล็อคหลังไปเรียบร้อยแล้ว … มีสายน้ำเกลืออยู่ที่แขนซ้าย หน้ากากออกซิเจนครอบอยู่ที่จมูก แขนขวายื่นออกมานอกผ้าคลุมสีเขียว ที่เหนือหัวแม่มีเครื่องไม้เครื่องมือไฮเทคมากมายที่พ่อไม่รู้จัก แม่ยังรู้สึกตัวดีอยู่ มีผ้ากั้นสายตา ทำให้พ่อมองไม่เห็นบริเวณที่คุณหมอกำลังผ่าเอาลูกภัทรออกมา พ่อจับมือขวาแม่ไว้ ไม่มีความรู้สึกใดๆผ่านออกมาทางมือแม่เลย … เป็นความกล้าหาญของแม่ที่พ่อต้องยอมให้จริงๆ …

0948 น. เสียงแรกของลูกภัทร … ลั่นห้อง … ลูกรัก … นี่แหละชีวิต … มันทุกข์นักนะลูก … ขนาดลูกจะหายใจลูกยังต้องออกแรงด้วยตัวเองเลย … นี่แหละลูกรัก บทเรียนที่หนึ่ง … แม่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข … เป็นยิ้มที่สวยที่สุดยิ้มหนึ่งของแม่เท่าที่พ่อจำได้ … แม่พยักหน้าเป็นเชิงบอกให้พ่อไปดูลูกได้แล้ว … พ่อปล่อยมือจากมือแม่ ไปยูนิตเด็กที่มุมห้องห่างไปราวๆ 8 ก้าว … ลูกภัทรยังไม่หายตกใจกับโลกใบใหม่ … ยังร้องดังลั่น … ลูกตัวสีม่วงคล้ำ ขนาดราวๆจากปลายนิ้วถึงข้อศอกของพ่อ … หมอเด็กตัดสายสะดือ สอดท่อยางเล็กๆดูดน้ำคร่ำออกจากปากและจมูก เช็ดคราบต่างๆออก แล้วห่อด้วยผ้าสีเขียว ระหว่างนั้น พ่อก็สนุกกับการกดชัตเตอร์ไปเรื่อยๆ รูปแรกของลูกก็ถ่ายกับพ่อ พยาบาลถ่ายให้ด้วยกล้องโพลารอยด์ของโรงพยาบาล จากนั้นก็ย้ายกันไปที่แม่ที่กำลังนอนให้หมอสูติฯเย็บแผล คำแรกแม่ถามพ่อว่าลูกภัทรปกติดีไหม พ่อพยักหน้าแทนคำตอบ พยาบาลตากล้องคนเดิมก็ช่วยถ่ายรูป3คนพ่อแม่ลูกกันอีกช๊อต … จากนั้นหมอรมยาก็บอกว่าเดี๋ยวจะให้แม่หลับแล้วนะ …

1005 น. พ่อออกมาจากห้องคลอดอย่างโล่งใจ โทรฯไปบอกทุกๆคนที่รอคอยข่าวการมาของลูกภัทร และ ลงไปทานมื้อเช้าที่ร้านเดิมที่พ่อลงมาทานหลังน้องเฟิร์นคลอดเมื่อ 2 ปีก่อน

1400 น. หลังจากพ้นระยะรอดูอาการหลังผ่าตัด แม่ถูกเข็นมาที่ห้องพักหลังคลอด … สายน้ำเกลือยังอยู่ที่แขนเดิม มีเพิ่มมา 1 สายเป็นสายสวนท่อปัสสาวะ แม่จะได้ไม่ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ เพราะจะเจ็บแผลมาก ถึงกระนั้นก็ตาม พ่อก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของแม่เมื่อยาสลบหมดฤทธิ์ลง … แม่ต่อสู้กับความเจ็บปวดได้อย่างกล้าหาญ และ น่าชื่นชม …

… เพราะเราเกิดมาคู่กัน ….
พ่อน้องเฟิร์น และ น้องภัทร

Scroll to Top