The Tin Mine มหา’ลัยเหมืองแร่ ชีวิตที่คล้ายคลึงกับพวกเรา กรรมกรแท่นขุดฯ

The Tin Mine … ตอนผมดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรก ผมอุทานว่า ใช่เลย นี่มันอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมันสมัยผมเข้าวงการเลย มันใช่มากๆ แม้พื้นหนังจะเป็นเรื่องของเรือเหมืองแร่ แต่การทำงานบนเรือขุดฯ หรือ แท่นขุดฯ นั้น มันใช่เลยครับ

หนังเรื่องนี้เข้าฉายราวกลางปี พ.ศ. 2548 (2005) แต่หลายฉากในหนังนั้นยังประทับอยู่ในความทรงจำของผมจนวันนี้

The Tin Mine …

เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ออกจากมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงกลางคันด้วยความไม่ใส่ใจในการเรียน เกเร หรือ อะไรก็แล้วแต่ โดนพ่อส่งมาทำงานที่เหมืองแร่ดีบุกที่จังหวัดหนึ่งในภาคใต้

เป็นฉากคล้ายๆชีวิตจริงๆของเด็กไทยหลายๆคนในยุค baby boom ที่ไม่เอาไหน ไม่เอาถ่าน พ่อแม่ที่มีกำลังหน่อยก็จะส่งไปดัดนิสัย ให้ไปตายเอาดาบหน้าที่อเมริกา ที่สมัยนั้นไม่ทันสมัยแบบสมัยนี้ ไปดิ้นรน ล้างจาน เสริฟ์อาหาร ล้างรถ ต่อสู้ดิ้นรนเอาเอง ในขณะที่ครอบครัวที่ร่ำรวย นามสกุลดังๆเชื้อเจ้าเชื้อนายมักส่งลูกหลานไปยุโรป เพราะมองอเมริกา(ตอนนั้น)ว่าเป็นบ้านเมืองเถื่อนๆ

อเมริกายุคตกต่ำ เด็กผู้ชายที่ไม่ได้เรียนต่อม.ปลาย เพราะอะไรก็แล้วแต่ ส่วนหนึ่งก็เข้ามาขายแรงงานเป็นกรรมกรบนแท่นขุดเจาะน้ำมันในรัฐเท็กซัส โอกลาโฮมา แคลิฟอร์เนีย ฯลฯ สมัยนั้นงานแท่นเจาะน้ำมันคืองานกุลี ต่ำต้อย มีแต่พวกไม่มีที่จะไปเท่านั้นถึงต้องไปทำ

แต่อยากจะบอกว่า งานกุลีๆ แบบนี้แหละครับ ได้สร้างหลายๆคนให้ขึ้นมาเป็นมือขุดเจาะมือหนึ่งในวงการฯ ในจำนวนนั้นก็มี พี่ผาสุกของพวกเราอยู่ด้วย

พี่ผาเริ่มต้นด้วยการเป็นกุลีระดับล่างสุดของแท่นขุดเจาะฯ ที่เราเรียกว่า roustabout น่ะครับ อ่านประวัติของพี่ผาได้ที่นี่ครับ —> พี่ผาสุุก ปัจจุบัน (ปี 2018) พี่ผาสุกเป็นที่ปรึกษาอวุโสฝ่ายวิศวกรรมหลุมเจาะทั้งหมดของปตท.สผ.

ลอกมาส่วนหนึ่งจากชีวิตพี่ผาสุก – ” … ก็มาใช้ชีวิตวัยรุ่นที่พัทยา ซึ่งผมก็ใช้ชีวิตวัยรุ่นของผมคุ้มค่ามากเลย เพราะผมไม่ใช่เด็กเรียนอยู่แล้ว ผมชอบเรียนด้วยเที่ยวด้วยมากกว่า ก็เลยทำให้การเรียนช้า ใช้เวลาเรียน ม.ศ. 4 และ ม.ศ. 5 ชั้นละ 2 ปี เกรดก็ไม่ดี เข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ เลยไปขับเรือ speed boat ให้ฝรั่งเช่าที่พัทยา …”

กลับมาเรื่องหนังของเรา หนังเรื่องนี้มีอะไรๆที่ผมอยากจะหยิบขึ้นมาคุยกันเยอะแยะ ผมจะไม่ spoil หนังน่ะ แค่อยากจะชี้ให้เห็นเป็นประเด็นๆสั้นๆ ฝากให้คิดกัน

นับถือกันด้วยฝีมือ – สังเกตุดูการปฏิบัติต่อกันของนายช่างใหญ่สองคนซิครับ นี่แหละที่เราเรียกว่า มืออาชีพกันจริงๆ ผมชอบมากๆเลย

ความซื่อสัตย์ – คงไม่ต้องอธิบายมาก การทำงานในที่ห่างไกลแบบนั้น ความเชื่อใจกันนั้นสำคัญมากๆ

อาวุโส – ชัดเจนครับ ใครมาก่อน ใครมาหลัง จะด้วยพรรษาที่มาทำงาน หรือ ด้วยจำนวนแฉกของตีนกา ก็ต้องเคารพกัน ซึ่งต้องผสมผสานกันให้ลงตัวกับเรื่องงาน

ซื้อใจลูกน้อง – บทบาทของนายฝรั่งโดดเด่นมากครับ company man ของแท่นขุดในสมัยก่อน ก็แบบนี้ ไม่ต่างกัน มีทั้งพระเดช และ พระคุณ ซึ่งต้องเลือกใช้ให้ถูกจังหวะ

อดทนอดกลั้น – สุดยอดในหลายๆตอน เป็นผมเองผมอาจจะไม่ทนได้ขนาดนั้นด้วยซ้ำ แต่ผลของการอดทนอดกลั้นนั้นมีคุณค่า และ คุ้มค่าเสมอ

ความเหงา – มันจับใจจริงๆครับ น้องๆสมัยนี้คงไม่ได้เข้าใจอะไรลึกซึ้งมาก แต่ข้อจำกัดเรื่องการสื่อสารคมนาคมในสมัยนั้นนะ มันทำร้ายจิตใจมากมาย พูดเลย

ความหวัง เชื่อมั่น และ ศรัทธา – สังเกตุการทำงานเป็นทีมนะครับ ทุกคนไม่ว่าจะบทบาทของช่างระดับไหน เชื่อมั่นในฝีมือ ไว้ใจกัน ตั้งแต่นายฝรั่งลงไปจนถึงระดับล่างสุด

ความพยายามในช่วงที่ดูเหมือนจะไม่มีแสงสว่างที่ปลายอุโมง – ในการทำงานสนาม ช๊อตนี้ เรามักจะเจอบ่อยๆ เครื่องมือเสียบ้าง ของที่สั่งไปไม่ได้มาบ้าง ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไปตามมีตามเกิด

การจะนั่งงอมืองอเท้าแล้วโทษโน้นโทษนี่ตีโพยตีพายไม่ใช่ทางออกครับ แต่ก็ ใช่ครับ ตามประสาคนทำงาน ปากก็ก่นด่า โวยวาย แต่สองมือและความคิดไม่เคยหยุดที่จะลุยกันต่อไปให้ได้ในภาวะแบบนั้น จบแล้วก็จบกัน เมาแล้วก็อ้วก อ้วกแล้วก็นอน ผลัดต่อไปก็เริ่มกันใหม่อีกหน

ทฤษฏี vs. ปฏิบัติ – ที่เราเรียกว่า engineering และ operation ต้องมีความสมดุลกันอยู่ในตัว ในหนังก็แสดงให้เห็นเป็นระยะๆ

งานเป็นงาน พักเป็นพัก เมาเป็นเมา – ไม่ต้องอธิบายกันมาก ดูกันเอาเอง 555

แนะนำให้ไปหามาดูกันนะครับ ผมคงไม่ลงลิงค์ล่ะ พวกเราเก่งๆกันทั้งนั้น หาดูเอาได้ในโลกไซเบอร์นี่แหละ …

………………………..

ใจหาย เมื่อ(ใครสักคน)ไม่หายใจ …

แม้ท่านอาจินต์จะไม่รู้จักผม แต่ผมนับท่านว่าเป็นคุณครูคนหนึ่งของผมในโลกของหาดทราย ที่ทรายแต่ล่ะเม็ด คือ พยัญชนะ สระ และ วรรณยุกต์ ภาษาไทย

บนหาดทรายอันยาวเหยียด …

ครูอาจินต์สอนผมผ่านงานเขียนมากมายที่ผมหมั่นยืมมาอ่านจากห้องสมุดตั้งแต่สมัยขนหน้าแข้งยังขึ้นได้ไม่ดกดี

ดูดรับ ซึมซับ ความรู้ ลวดลาย และ สายเส้นน้ำหมึก จากครูโดยไม่รู้ตัว

แล้วชีวิตผมก็โคจรมาให้ละม้ายกับครูที่ “เหมืองแร่ดีบุก”
ในขณะที่ สำหรับผม มันคือ “เหมืองแร่น้ำมัน”

หากไม่มีครูอาจินต์ในมโนสำนึกของผมวันนั้น
… ในโลกไซเบอร์วันนี้
… อาจจะไม่มีงานของผมให้พวกเราได้เสพกัน

แด่การจากไปของคุณครูอาจินต์

พฤษภกาสร
… อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง
… สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย
… มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี
… ประดับไว้ในโลกา

หลับให้สบายนะครับครู …

พ่อน้องเฟิร์นและน้องภัทร
18 พ.ย. 2561

#อาจินต์ #TheTinMine #มหาลัยเหมืองแร่

Scroll to Top