จากเหตุการณ์ ในคืนนั้น (บทเรียนที่ 13 ของน้องเฟิร์น … ความไม่ยุติธรรม )
หลังจากที่พ่อจัดการกับพี่เฟิร์นของหนูแล้ว พ่อคิดว่าคนที่มีส่วนต้องรับผิดชอบโดยตรงคือลูกผู้ชายตัวเล็กของพ่อนี่เอง
เช้าวันรุ่งขึ้น …
แม่หนูทำงานอยู่ข้างบน พี่เฟิร์นวาดรูปอยู่ในห้องทำงาน
พ่อนั่งตามข่าวบ้านเมืองในห้องนั่งเล่น หนูกำลังต่อตัวหุ่นยนต์
พ่อเรียกหนูมานั่งตัก …
หนูเดินมาทำหน้าล๊อกแล๊ก (เหมือนกับรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น)
“ภัทร … หนูเป็นลูกผู้ชายใช่ไหม”
“ไม่ใช่ หนูเป็นตุ๊ด ใส่หน้ากากมาต่างหากเล่า” … (พยายามเลี่ยงสุดฤทธิ์)
“หนูว่าถ้าคนเราทำผิด แล้วขอโทษเนี่ยเป็นเรื่องที่ดีไหม”
“ไม่ดีกั๊บ” (ทำหน้าล้อเลียน)
“หนูเคยขอโทษใครไหมตอนหนูทำผิด”
“เคยกั๊บ”
“แล้วหนูรู้สึกยังไง”
“สบ๊ายสบายๆๆๆๆๆๆ” (ร้องออกมาเป็นเพลง)
“เอาล่ะ พอแล้วๆ หนรู้ไหมว่าการขอโทษเวลาที่เราทำอะไรผิดไปเนี่ยทำให้เราเป็นลูกผู้ชายตัวจริงเลยน่ะ”
“แล้วไม่ได้แปลว่าหนูยอมแพ้ หรืออ่อนแอ หรือครับ” (เริ่มจริงจังขึ้นมานิดนึง)
… (พ่ออึ้ง) …
“หนูเคยเห็นคุณพ่อขอโทษคุณแม่มั้ย” (เริ่มชักแม่น้ำทั้งห้า)
“เคยครับ”
“แล้วหนูว่าคุณพ่ออ่อนแอหรือแพ้คุณแม่ไหม” (ลุ้นสุดตัว ถ้าตอบว่าใช่จะไปต่ออย่างไรดี)
“เอออออ (ทำตากลอกไปมา) … หนูว่าไม่นะครับ” (โล่งอก)
“… คืองี้ พ่อว่าการขอโทษเนี่ยทำให้เราเป็นลูกผู้ชายตัวจริงที่เข้มแข็งที่หนึ่งเลยต่างหาก หนูเห็นด้วยไหม”
“ครับ” (เข้าล๊อกพ่อ)
“เมื่อคืนนี้หนูจำได้ไหมเกิดอะไรขึ้น” (ต้อนเข้ามุม)
“แต่สุดท้ายหนูก็ไม่ได้นอนกลางนี่ครับ คุณแม่มานอนแทรก” (ตีชิ่ง เด้งเชือก ถอยฉากหลบออกจากมุม)
“นั่นไม่สำคัญนะหรอกนะ พ่อว่าที่สำคัญคือ ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย พี่เฟิร์นเสียสละให้หนูก่อนเลยต่างหาก และที่สำคัญกว่าคือ หนูทำให้พี่เฟิร์นร้องไห้”
“แต่หนูได้ยินคุณพ่อคุยกับพี่เฟิร์นว่า ให้พี่เฟิร์นหัดอดทนนี่ครับ แสดงว่าหนูช่วยให้พี่เฟิร์นหัดอดทนด้วยไง” (แถ + ดิ้นต่อ + แลบลิ้นเจ้าเล่ห์)
“นั่นเป็นเรื่องระหว่างพ่อกับพี่เฟิร์น และมันก็ไม่สำคัญนะ … ที่สำคัญที่สุดคือหนูทำให้พี่เฟิร์นร้องไห้ต่างหาก”
” … ” (เงียบ … เตรียมจบเกมส์ได้ – รุกฆาต – game over)
“พ่อต้องการให้หนูขอโทษพี่เฟิร์น เพื่อที่หนูจะได้เป็นลูกผู้ชายตัวจริง และพ่ออยากให้หนูเป็นลูกผู้ชายตัวจริง … พ่อรู้ว่าหนูทำได้” (ปิดการขายทันทีก่อนลูกค้าไหวตัวทัน)
“… ไม่”
“ทำไมล่ะ”
“หนูอาย”
” … อืม” (คิด … คิด … คิดไม่ออก จะไปต่อไม้ไหนดี)
“เขียนแทนได้ไหมกั๊บ” (ว้าว ดีเลย พ่อกำลังคิดไม่ออกอยู่พอดี – แสดงว่าอยากขอโทษจริงแต่คงอาย)
“ได้ซิครับ” – “แม่หยิบกระดาษกับดินสอแถวนั้นมาทีซิ” (พอดีแม่หนูเดินผ่านมา)
…
…
“แต่หนูไม่เอาไปให้พี่เฟิร์นนะ” (เด้งเชือก ออกจากมุมอีก)
“ไม่ได้ครับ หนูต้องเข้มแข็งซิครับ”
“งั้นพ่อไปเป็นเพื่อนหนูนะ” (ต่อรองไม้สุดท้าย)
“ตกลง” (เปิดทางถอย ให้รู้สึกว่าชนะเหมือนกัน – คงได้ดีที่สุดแค่นี้แหละ)
…
…
“พี่เฟิร์นๆ ภัทรมีอะไรมาให้ แต่พี่เฟิร์นห้ามแกะอ่านจนกว่าภัทรจะนับหนึ่งถึงสามนะ” … หนูพูดพลางเดินเข้าไปหาพี่เฟิร์นที่กำลังง่วนกับรูปวาดตรงหน้า
… “หนึ่ง สอง สาม” … แล้วหนูก็วิ่งแจ้นลงกระได
…
…
“เฟิร์น … หนูจะให้อภัยน้องภัทรไหมลูก”
… ได้ยินไปถึงวินมอเตอร์ไซด์ปากซอย …. “น้ อ ง ภั ท ร ร ร ร . . . พี่ ใ ห้ อ ภั ย ย ย ย แ ล้ ว ว ว ว ว ว”
แล้วเธอก็ก้มหน้าวาดรูปที่ค้างไว้ต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น … (เนียนมากๆ)
..
… (จบ)
เอาล่ะลูกเอ๋ย … ถึงจะไม่ใช่การขอโทษและให้อภัยที่สมบูรณ์แบบตามตำราเลี้ยงลูกเท่าไร แต่พ่อว่าพ่อก็ทำดีที่สุดแล้วล่ะ ชีวิตจริงมันไม่เหมือนในตำราหรอก หวังว่าความพยายามของพ่อคงจะได้ผลบ้าง นิดหน่อยก็ยังดี …
“พ่อ” …
14 เมษายน 2552
===============================
