เวรกรรมทำไว้ในค่ำวันเสาร์ที่ย้อนกลับมาเอาคืนในเช้าวันอาทิตย์ … (ของอีก 30 ปีถัดมา) 

เรื่องที่จะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นความเชื่อส่วนบุคคลล้วนๆ โปรดใช้วิจารณญานในการบริโภคข่าวสารนะครับ

************************** องก์ที่หนึ่ง **************************

ฉาก : โพล้เพล้ หกโมงครึ่ง เย็นวันเสาร์ ถนนซอยย่อยในหมู่บ้านจัดสรรชานเมือง สุดซอยสุขุมวิท 105 ในสมัยที่ยังไม่ทะลุศรีนครินทร์ ราวๆปี พ.ศ. 2522

“อ้าว … ไปไหนกันล่ะ อาจารย์”

… ป้าช้วน หญิงวัยต้น 50 สวมเสื้อคอกระเช้าสีน้ำหมาก กำลังขยับประตูเหล็กคร่ำครึ กวาดหน้าบ้าน … แกทำหน้าที่เหมือนเคย อย่างที่คนแถวๆนั้นยกตำแหน่งประชาสัมพันธ์หมู่บ้านให้ แกจะรู้สึกว่าเป็นธุระของแกที่จะต้องรู้ว่าคนที่ผ่านหน้าบ้านแก จะไปไหน ไปกับใคร ไปทำอะไร ฯลฯ

“ไปวัดค่ะ” … หญิงวัยกลางคนที่แกเรียกว่าอาจารย์ตอบสั้นๆ พลางขยับมัดก้านมะยม 4-5 ก้าน ให้เข้าที่พร้อมใช้งาน
“อือ … ดีจังเนอะ บุญรักษานะ” แกอวยพร
“ครับ” – “ค่ะ” – “ครับ” – “กั๊บ” เด็กๆ 4 คน ที่เดินอยู่ข้างหน้า “อาจารย์” รับคำอวยพรป้าช้วนไปตามมารยาทด้วยท่าทางที่เซ็งๆ ถ้าป้าช้วนมีหูทิพย์คงจะได้ยินอะไรประมาณว่า

พี่คนโต ม.2 – “อะไรว่ะ ทำไม่ต้องไปวัดเย็นวันเสาร์ด้วย โห .. พี่ฉอด*มาช่วงนี้พอดี กว่าจะกลับก็เกือบสองทุ่ม แกชอบเปิดเพลง แจ้แกรนด์เอ๊กซ์ด้วย โxตรเซ็งเลย วันนี้ได้ฟังแว่วหวาน**เบรคสุดท้ายเบรคเดียวตามเคย เบื่อๆ เบื่อวัด เบื่อแม่จริงๆ”

น้องสาวคนรอง ป.6*** – “โดนก้านมะยมอีกแล้ว ก็พี่นกมาแย่งของแมวก่อนนี่นา แต่ก็ดี พี่นกโดนไปมากกว่าเราหลายที อิอิ”

น้องคนต่อมา ป.4**** – “เบื่อวัดจัง อดดูการ์ตูนอีกแล้ว ทำไมต้องไปวัดด้วย ไม่สนุกเลย วันนี้แกล้งไม่สบายไม่ได้ผล เสาร์หน้าลองท้องเสียบ้างดีกว่า”

คนเล็ก ป.2***** – “เค้าอยากกินท๊อฟฟี่นี่นา”

* ดีเจดังในยุคนั้น ปัจจุบันเป็นผู้บริหารเอไทม์มีเดีย(ใช่ป่ะ ไม่แน่ใจ) วัยรุ่นในตอนนั้น(ที่ตอนนี้อายุราวๆ40+)รู้จักดี

** รายการแพลงวัยรุ่น แนวป๊อบและแนวเพลงฟังสบาย(easy listening) ดังมากๆในหมู่วัยรุ่นยุค 70 ปัจจุบันคือรายการกรีนเวฟ

*** ปัจจุบัน … นิติกรผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านกฏหมายภาษีประจำกรมถอนขนห่าน แห่งกระทรวงวายุภักษ์

**** ปัจจุบัน … ลูกทัพฟ้า … นาวาอากาศเอก รองศาสตราจารย์ แห่งกองทัพอากาศไทย (ที่ทุกวันนี้ยังครวญเพลง “ทหารอากาศขาดรัก”)

***** ปัจจุบัน … ไปช่วยคุณปู่น้องเฟิร์นและน้องภัทร ดูลู่ทางจับจองที่บนสวรรค์รอผู้เขียน ได้ข่าวว่าทำเลดีๆบนนั้นราคาแพง 🙂

(พี่คนโต … ปัจจุบัน … วิศวกรพุงโลหัว(ใกล้)ล้าน เดินดินกินข้าวแกงข้างทาง ปั่นจักรยานไปทำงาน)

************************** องก์ที่สอง **************************

ฉาก : บ้านชั้นเดียวของ “อาจารย์” ในเวลาชั่วธูปก้านเดียวก่อนหน้าองก์ที่หนึ่ง

“นก เก็บโต๊ะกับข้าว เสร็จแล้วล้างจ้านด้วย ใช้น้ำที่เหลือจากซักผ้าล้างน้ำแรกก่อนนะ เสร็จแล้วอย่าเทน้ำทิ้ง เอาไปรดน้ำต้นไม้ด้วย … หมีปิดทีวีเดียวนี้ เอาน้ำมาให้แม่กิน แล้วไปอาบน้ำ … หมูวางท๊อฟฟี่ … แมวพาน้องล้างมือ แล้วก็แต่งตัว … โอ้เอ้อยู่ได้ เดี๋ยวก็ไม่ทันวัดหรอก เดี๋ยวแม่ออกมาต้องเสร็จนะ … นก แม่บอกกี่หนแล้ว่าผ้าขนหนูใช้แล้วเอาไปแขวนตากที่ราว ไม่ใช่เอามาพาดโซฟาแบบนี้ มาเอาไปเดี๋ยวนี้เลย แมว ไปปิดพัดลมด้วยเปิดค้างไว้ทำไม เปลืองไฟ หมีเปิดปิดตู้เย็นเร็วๆ เอาของมากองรวมๆไว้หน้าตู้เย็น เปิดปิดทีเดียว ไม่ใช่ 5 กล่องก็เปิดปิดมัน 5 ที เปลืองไฟเข้าใจไหม”

…. “เพล้ง” …. “นั่นอะไร มานี่ๆ”
… “พี่นกแย่งของแมว” … “เค้าเปล่า” …
“พอๆ ไม่ต้องพูดมาก แม่เห็น มานี่ทั้งคู่” … “เพี้ยะ ๆๆๆ” … “ไปได้แล้ว” …
“เป็นอะไรล่ะลูก” … “อือ ตัวร้อนนิดเดียวเอง ไปวัดได้ไม่เป็นไรหรอก”
“แมว แต่งตัวน้องเสร็จหรือยัง … ฯลฯ … ฯลฯ … ฯลฯ”
….
… แล้วสงครามย่อยๆก็จบลง (อย่างน้อยก็สำหรับค่ำวันเสาร์นั้น)

ป้าช้วนชะโงกหน้าข้ามกำแพงมาดูอย่างคนคุ้นเคย … หันไปเปรยๆกับลุงสามีแก “นี่ขนาดอาจารย์แกเป็นคริสตังยืน* นะเนี่ย แกทำอะไรทำจริง จริงๆ เฮ้อ อีกหลายปีกว่าจะเลี้ยงคนให้เป็นคน”

* ผู้ที่เปลี่ยนศาสนามาเป็นคริสศาสนานิกายโรมันคาธอลิกในภายหลัง โดยที่ขณะทำพิธีล้างบาปผู้รับล้างบาปจะ “ยืน” ทำพิธีกับบาทหลวง ในขณะที่ “คริสตังนอน” นั้น พ่อแม่จะนำมาทำพิธีล้างบาปตั้งแต่ยังแบเบาะ คือโดนอุ้ม “นอน” มาทำพิธี โดยมากภาย 1 เดือนหลังจากคลอด สำหรับการเปลี่ยนศาสนามาเป็นคริสศาสนานิกายโรมันคาธอลิกในภายหลังอาจจะด้วยความสมัครใจเองหรือโดยการแต่งงานกับคริสตชนนิกายนี้ เคยเป็นข้อบังคับของการแต่งงานในสมัย 50 กว่าปีก่อน แต่ปัจจุบันนี้วาติกันได้ยกเลิกกฏข้อนี้ไปนานแล้ว โดยให้เป็นความสมัครใจของคู่สมรสเอง เพราะการตีความเชื่อในหลักศาสนาที่เปลี่ยนไปและเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย … ผู้เขียน 

************************** องก์ที่สาม **************************

ฉาก : หกโมงครึ่ง เช้าวันอาทิตย์ – บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรรกลางเก่ากลางใหม่ ในเครือข่ายมหาซอยที่ยุ่งราวใยแมงมุมระหว่างตึกการบินไทยกับถนนรัชดาภิเษก

“เฟิร์น เฟิร์น ตื่นๆ ตื่นได้แล้ว ภัทรด้วย ไปอาบน้ำ แล้วไปเอาชุดเที่ยวมา”
“ภัทรอาบก่อน” … “ไม่ได้ๆ เมื่อวานอาบก่อนไปแล้ว วันนี้พี่ต้องอาบก่อน” … “ไม่เอา ภัทรจะอาบก่อน” … “คู ณ ณ ณ พ่ อ อ อ อ อ อ” …
“พอๆ หยุดๆ พอได้แล้ว ไปเลย เฟิร์นไปอาบข้างบน ภัทรไปอาบข้างล่าง” ….
“ภัทร … ไปอาบน้ำหนที่หนึ่ง” …. “พี่เฟิร์น เอาผ้าขนหนูไปตากหลังบ้าน ไม่เอามาพาดที่โซฟา แล้วไปเอาผ้ามาเช็ดพื้นด้วย เปรอะมาเป็นทางเลย ดูซิเนี่ย บอกกี่หนแล้วให้เช็ดตัวเช็ดเท้าให้แห้งก่อนออกจากห้องน้ำ … ภัทร ไปอาบน้ำหนที่สอง … เฟิร์นแต่งตัวเสร็จแล้วเอาตระกร้ากิ๊บไปให้แม่ผูกผมให้”

“ทำไมคุณพ่อไม่ผูกให้หนู” … “พ่อทำได้แต่มันจะไม่สวย” … “ทำไมค่ะ” … “ก็คุณพ่อไม่ใช่ผู้หญิง แล้วคุณพ่อก็ไม่ได้ทำบ่อยเหมือนคุณแม่” … “แล้วทำไมคุณพ่อไม่ทำบ่อย” …
“พอแล้วๆ ไปหาคุณแม่ แล้วมากินข้าว ภัทรไปอาบน้ำหนที่สาม มานี่ๆเลย ต้องให้ไปลากมาใช่ไหม หนูรู้ใช่ไหมว่าถ้าต้องให้บอกสามครั้ง พ่อจะมาจูงไปจัดการเอง นี่แปรงสีฟัน เอามือจับไว้ ยืนตรงนี้ อีก 5 นาทีพ่อจะมาดู นาฬิกาอยู่นี่ ถ้ามันดังแล้วยังไม่เสร็จพ่อจะมาจับมือแปรง”

“ทำไมต้องไปวัดด้วยค่ะ ไม่อยากไปวัดเลย”
“ภัทรนั่งนี่ นี่นาฬิกา ถ้ามันดัง แล้วหนูยังกินไม่หมด พ่อจะเก็บเลย แล้วหนูจะไม่ได้กินอะไรจนเที่ยง แล้วห้ามลุกจากเก้าอี้จนกว่านาฬิกาจะดัง”
“พี่เฟิร์นอยากไปวัดไหม”
“พี่ไม่อยากไปเหมือนกัน”
“ภัทร … แค่นี้พอไหม … โอเค ตกลง หนูบอกว่าพอนะ แปลว่าต้องหมด หนูเป็นคนกะเองนะ”
“หนูไม่กินผักสีนี้ อันนี้หนูก็ไม่กิน”
“ภัทร … หนูมีทางเลือก 2 ทาง 1 กินให้หมด 2 ไม่กิน พ่อไม่บังคับ ถ้าไม่กินก็นั่งไปจนกว่านาฬิกาจะดัง แล้วหนูจะไม่ได้กินอะไรเลยจนกว่าจะถึงเที่ยง พ่อจะไปอาบน้ำ เดี๋ยวลงมา”
“ภัทรก็ไม่อยากไป แล้วทำไมคุณแม่ไม่ไป”
….

“เอาล่ะๆ พ่อเหนื่อยเต็มทีแล้ว พ่อบอกหลายทีแล้วว่าเราไปวัดกันทำไม …. พ่อยอมแพ้ พ่อทำดีที่สุดแล้ว เอางี้ ใครจะไปก็ไป ไม่ไปก็ช่าง พ่อยอมแพ้ ยอมแพ้ต่อสิ่งต่างๆรอบๆตัวพ่อ พ่อเหนื่อยมากๆ ….”
“หนูไปก็ได้ค่ะ”
“ภัทรไม่ไป ภัทรจะดูช่องเก้าการ์ตูน”
“ตามใจ แต่วันนี้คุณแม่ไปธุระข้างนอกนะ ภัทรไปด้วยไม่ได้ แล้วภัทรต้องอยู่บ้านคนเดียว”

 

************************** องก์ที่สี่ **************************

ฉาก : ถนนคอนกรีต ขอบฉ่ำตะไคร่เขียวหม่น ซอยหน้าบ้านในองก์ที่สาม (มองจากข้างหลัง) จะเห็นชายวัยกลางคนร่างท้วมผมบาง เดินจูงมือเล็กๆของเด็กชายหญิง 2 คน

“อ้าว … ไปไหนกันล่ะ นายช่างใหญ่” ป้าหนูผู้กว้างขวางประจำซอยเอ่ยปากถามจากในรั้วบ้านชั้นเดียวของแก
“ไปวัดครับ” … ชายผมบางที่ป้าหนูแต่งตั้งตำแหน่งให้เองว่านายช่างใหญ่ตอบสั้นๆ
“เออ ดีจังเลย เอาบุญมาฝากป้าด้วยนะ”
“ค่ะ” … “คับ” … เด็กสองคนตอบสบัดๆอย่างเสียไม่ได้

************************** องก์ที่ห้า **************************

ฉาก : ในห้องสีฟ้าที่ไหนสักแห่ง … โน้ตบุ๊ค Dell 630 เปิดค้างอยู่บนโต๊ะทำงานสีบีช … โปรแกรม note pad เปิดอยู่ครึ่งจอ … ซูมไปที่จอ …

“ลูกรัก พ่อไม่รู้ว่าลูกจะเชื่อหรือไม่ แต่พ่อเชื่อว่ากฏแห่งกรรมมีจริง
… พ่อเคยไม่เข้าใจว่าทำไมย่าของลูกถึงบังคับพ่อนักหนาในวันนั้น
จนวันนี้พ่อก็ไม่ค่อยเข้าใจนักกับสิ่งที่ย่าของลูกพยายามจะบอกพ่อ

… พ่อรู้แต่ว่า …. ย่าของลูกรักพ่อ …
… พ่อรู้แต่ว่า … สิ่งที่ย่าของลูกทำในวันเก่าๆนั้น มันทำให้พ่อเป็นพ่ออย่างที่พ่อเป็นในวันนี้ และพ่อคิดว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่ดี …
พ่ออาจจะเขลาและด้อยปัญญา แต่พ่อไม่เคยขาดศรัทธา

… อย่างน้อย ในวันที่พ่อไม่อยู่กับหนู หนูจะได้มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ
… อย่างน้อย ในวันที่พ่อไม่อยู่กับหนู … หนูสามารถแหงนหน้ามองฟ้าแล้วถามหาคำตอบที่คนบนดินไม่สามารถตอบหนูได้ …

พ่อเชื่อว่าด้วยศรัทธาและความรักต่อผู้อื่นที่หนูมี หนูจะได้คำตอบที่ดีที่ถูกต้องจากคนบนฟ้าเสมอ และ สิ่งนี้อาจจะเป็นสิ่งเดียวนอกจากความรักของพ่อ ที่พ่อสามารถให้หนูติดตัวไปได้ในยามที่หนูเหลียวหลังหาที่พึ่ง … แต่พ่อไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพื่อหนูอีกต่อไป

พ่อจึงอยากบันทึกเรื่องราวนี้เอาไว้ให้ลูก ก่อนที่มันจะสาบสูญไปกับลมหายใจของพ่อ

รักลูกทั้งสองคน
“พ่อ”

************************** องก์ที่หก **************************

… บนถนนสายเดิม ชายคนหนึ่ง เดินไปวัดเพียงลำพัง …

(จบ)

Scroll to Top