บทเรียนของน้องภัทร … รอยอะไรบนพื้นดินทางเดิน

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553 บ่ายกว่าๆ

ช่วงนี้หนูกับพี่เฟิร์นกำลังติดซีรี่การ์ตูนนักสืบเด็กอย่างเอาจริงเอาจัง
แล้วก็มาคาดคั้นเอากับพ่อให้ตั้งโจทย์หาอะไรให้สืบ (แบบว่าอยากจะเก่งเหมือนในการ์ตูน)

“พ่อครับๆ หาอะไรให้หนูกับพี่เฟิร์นสืบหน่อย … นะ นะ นะ”

พ่อคิดอะไรไม่ออกก็เลยโบ้ยให้ไปดูซิว่าเชือกที่ผูกกรรไกรตัดเล็บไว้มันขาดได้ยังไง …
ได้ผลแฮะ … หายไปพักใหญ่ๆ …

“คุณพ่อครับ มีใครก็ไม่รู้ตัดเชือกขาดไป”
“ไม่ใช่ๆ หนูว่าดั๊กกี้มันกัด” … พี่สาว ADHD ทำตัวเป็นฝ่ายค้าน

แล้วหนูกับพี่เฟิร์นก็เริ่มเถียงกัน

“พอๆๆๆๆ พอแล้ว … เอางี้ ไปพิสูจน์กัน …” พ่อเสนอทางออก (ก่อนที่จะมีสงครามโลกครั้งที่สาม)
“ทำไงครับค่ะ” … “ทำไงครับครับ”
“แล้วหนูว่าทำไงดีล่ะ” เทคนิดการตอบคำถามด้วยคำถาม ยังใช้ได้ดีเสมอ (แต่ไม่เคยใช้ได้กับแม่หนู)
“งั้นหนูเอากรรไกรมาตัดเชือกดูก็ได้ ดูว่ารอยมันเหมือนกันไหม (*) ” … หนูเสนอ
“งั้นพี่ก็จะเอาฟันกัดดูเหมือนกัน” … พี่สาวฝ่ายค้านที่ไม่ยอมลดราวาศอก

หายไปพักใหญ่
… “เอ้า ว่าไง รู้หรือยังว่าขาดเพราะอะไร”
“รู้แล้วครับ … ” หนูยิ้มแล้วหันไปมองพี่เฟิร์น
พี่เฟิร์นทำหน้าจ๋อยๆ …
(หนูเคยถามใช่ไหมว่า “นิติวิทยาศาสตร์” ที่ได้ยินในทีวีคืออะไร มันก็ประมาณนี้ล่ะมัง)

สักพัก … จะเอาอีก …
“พ่อครับๆ หาอะไรให้หนูกับพี่เฟิร์นสืบหน่อย … นะ นะ นะ”

พ่อคิดอะไรไม่ออกเลยพากันออกไปเดินรอบบ้าน … เจอรอยยาวๆเล็กๆบนพื้นดินทางเดิน …
พ่อคิดอะไรขึ้นมาได้เลยชวนกันนั่งยองๆเขี่ยๆดู …

“หนูว่ามันรอยอะไร” … พ่อตั้งโจทย์
“หนูว่ารอยล้อรถจักรยาน”
“พี่ว่ารอยขาตั้งรถจักรยาน มีคนลืมเอาขาตั้งขึ้นแล้วจูงต่างหาก” … เธอคือฝ่ายค้านขาประจำ
“งั้น หนูไปเอาจักรยานมาลองเข็นดู …” นั่นเริ่มฉลาดแฮะ … วิธีนิติวิทยาศาสตร์ได้ผลๆ

… แป๋ว … ผิดทั้งคู่ … แล้วมันรอยอะไร
สามคนพ่อลูกก็เลยนั่งยองๆเขี่ยรอยปริศนากันต่อไป โดยมีสมมุติฐานเพิ่มอีก 3-4 อย่างซึ่งไม่เข้าเค้าเลย
(เช่นมีมนุษย์ต่างดาวมาขีดเอาไว้บอกลายแทงจุดจานบินตก … แล้วจะพิสูจน์กันยังไงล่ะทีนี้)

… นานจนพ่อคิดว่าถ้าไม่บอกใบ้ สามคนพ่อลูกอาจจะต้องนั่งยองๆเขี่ยกันถึงเย็น

พ่อถอยออกมา 4 – 5 ก้าว
“ภัทรกับเฟิรน์มานี่ซิ ถอยมาตรงนี้ มายืนที่พ่อยืนนี่ แล้วดูอีกทีว่ารอยอะไร”

“อ๋อ … หนูรู้แล้ว” … รีบชิงกันตอบ (มีอะไรที่หนูสองคนไม่แย่งกันมั่งเนี่ย)
“มันคือ … ” (**)
“แล้วภัทรจะพิสูจน์ได้ยังไร” พี่เฟิรน์ท้าทายแบบฝ่ายค้านในทีวี
“ก็ไปเอาสายยางรดน้ำต้นไม้มาซิ เดี๋ยวภัทรจะทำให้ดู” … หนูเสนอ

แล้วสามคนพ่อลูกก็ปฏิบัติการทดสอบสมมุติฐานกันอย่างสนุกสนาน …

หลังจากกลับเข้ามาในบ้านแล้ว …
“ทำไมตอนแรกพวกเราดูกันไม่ออกว่ามันรอยอะไร” … พ่อถาม


… ไม่มีใครตอบถูก …

สักพักหนูก็โพล่งขึ้นมาว่า “… ก็เพราะดูใกล้เกินไปนะซิครับ” …

ถูกต้องเลยลูกรัก …
บางปัญหา บางเรื่อง การที่เราอยู่ใกล้กับตัวปัญหามากเกินไป มันก็ทำให้เรามองไม่เห็นคำตอบของปัญหาเหมือนกัน
อย่าว่าแต่ “คำตอบ” ของปัญหาเลย บางทีอยู่ใกล้ปัญหาเกินไปก็ทำให้มองไม่เห็น “ตัว” ปัญหาเสียด้วยซ้ำ
บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า … ใกล้กว่า ใช่ว่าจะเห็นชัดกว่า ใช่ว่าจะดีกว่า เสมอไป

ในบางมิติของความงามก็เช่นกัน …
คนที่อาศัยอยู่บนภูเขา จะไม่สามารถจะชื่นชมความงดงามของภูเขาทั้งลูกได้ … ฉันใดก็ฉันนั้น …

ไว้วันหนึ่งที่ลูกผู้ชายตัวน้อยของพ่อไปเจอรอยที่ใหญ่กว่านี้ ยาวกว่านี้ แล้วลูกคิดไม่ออกว่ามันรอยอะไร
กลับมาหาพ่อซิลูกรัก … พ่อจะพาหนูกลับมาดูรอยเล็กๆบนดินทางเดินเก่าๆในบ้านหลังเดิมของเราอีกครั้ง

รักลูก
“พ่อ”

(*) หนูสรุปว่าเป็นรอยกรรไกร มีอีกขั้นหนึ่งที่พ่อจะต้องสอนคือรอยกรรไกรตัดเชือกกับรอยมีดตัดมันไม่เหมือนกัน
… ถ้าใช้แว่นขยายส่องดูจะเห็นความแตกต่าง ไว้วันหลังก็แล้วกันจะสอนว่าดูยังไง (อีกบทเรียนหนึ่งของการใช้ชีวิตอย่างลูกผู้ชาย)
(**) หลังไมค์มาได้นะครับ ถ้าดูรูปข้างล่างแล้วยังดูไม่ออกว่ามันรอยอะไร (รูปอาจจะไม่ชัด)
ถ้านั่งยองๆดูใกล้ๆผู้ใหญ่อาจจะเดาได้แต่เด็กๆจะดูไม่ออกจริงๆ แต่ถ้าถอยออกมาแล้วจะร้องอ๋อทันทีเลย

Scroll to Top